เปิดตำนานความเชื่อ ชีวิตติดกรรม สยามมงคล ชิมไปขลังไป คุยกับผี
» ทำนายทายทัก

“เปิดดวง” คนเกิดวันอาทิตย์

โพสโดย : admin เมื่อ : 4 พฤษภาคม 2554, เข้าชมแล้ว 431 ครั้ง

มิงกะลาบาเชี้ยน (สวัสดีค่ะ) เดือนพฤษภาคมนี้ถือเป็นเดือนที่ต้องระวังมากๆ เนื่องจากเป็นเดือนที่เพิ่งจะเริ่มปีนักษัตรเถาะกันอย่างเอาจริงเอาจัง ดวงใครจะดีจะร้ายในปีนี้เดือนนี้ก็จะแสดงภาพชัดเจน ประกอบกับมีการเคลื่อนตัวยกข้ามราศีของดวงดาวใหญ่ถึง 2 ดวง ดาวใหญ่ที่ 1 คือ ดาวพฤหัสที่ยกจากราศีมีนข้ามมาราศีเมษในวันพุธที่ 4 พฤษภาคม เวลา 22.39 น. และดาวใหญ่ที่ 2 คือ ราหู ถอยจากราศีธนูเข้าราศีพิจิกในวันอังคารที่ 24 พฤษภาคม เวลา 17.15 น. อันนี้น่ากลัวต้องมีทิ้งทวนอย่างเจ็บแสบแน่ ในวันที่ 24 นั้น ตามวัดต่างๆ (บางวัด) จะทำพิธีรับ-ส่ง พระราหู ข้ามราศีกัน ใครที่เป็นคนราศีธนู, ราศีพิจิก และราศีเมถุน ก็ไปเข้าพิธีบูชาพระราหูเสียจะได้รอดปลอดภัย และเฮงๆ รวยๆ ร่ายมาซะยาว มาเข้าเรื่องดวงพม่าของเรากัน

 

สำหรับฉบับนี้เราจะใช้ความสามารถพิเศษของดวงพม่าเปิดดวงคนกัน เพราะบางครั้งเราไม่อาจไปทราบวัน เดือน ปีเกิดของใครต่อใครเขาได้ หากได้ทราบวันเกิด, ราศีเกิด หรือปีเกิด เราก็จะสามารถเปิดดวงอ่านชะตาเขาแบบกว้างๆ ได้ “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ฉบับนี้เริ่มเปิดดวง อ่านชะตาผู้ที่เกิดวันอาทิตย์อันดับแรก มาดูกัน

 

ดาวอาทิตย์ สัญลักษณ์แทนดาวคือเลข 1 เป็นเทพเจ้าแห่งแสงสว่าง เป็นประธานและจุดศูนย์กลางของระบบสุริยะจักรวาล (ของเรา) ดาวฤกษ์มหึมาดวงนี้ให้แสงสว่างและความร้อนทั้งปวงแก่เรา (ชาวโลก) ก่อให้เกิดสรรพชีวิตบนโลกรวมถึงพืชพันธุ์ธัญญาหารด้วย ลองวาดภาพเอาเองว่าหากตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วไม่มีพระอาทิตย์ขึ้นมาที่ขอบฟ้าอีกต่อไปโลกของเราจะเป็นอย่างไร (ก็จะหนาวเย็นจนกลายเป็นน้ำแข็งยิ่งกว่าขั้วโลกน่ะสิ) สรรพชีวิตใดๆ จะต้องตายกันหมด นี่คือพลานุภาพอันยิ่งใหญ่ที่สุดของดาวดวงนี้ ดวงอาทิตย์ได้รับการเคารพบูชายกย่องจากมนุษย์มาช้านานแตกต่างกันไปตามความเชื่อ อยู่ห่างจากโลกเพียง 150 ล้านกิโลเมตร (หรือ 93 ล้านไมล์) เท่านั้น แสงจากดวงอาทิตย์ใช้เวลาเดินทางมาถึงโลกของเราเป็นเวลา 8 นาที ในทางโหราศาสตร์ 10 ลัคนาดาวอาทิตย์ถูกนำมาเป็นตัวแทนของลัคนา (ตัวเรา) ในทางดวงพม่า ตามหลักพฤกษาชะตา ดาวอาทิตย์ถูกนำมาตั้งในตำแหน่งของราก (ต้นไม้) มีหน้าที่ยึดเหนี่ยวให้ลำต้นสามารถทรงตัวและเจริญงอกงามมีชีวิตอยู่ได้ ต้นไม้หากขาดรากก็ต้องตาย เช่นเดียวกับโลกที่หากขาดแสงจากดวงอาทิตย์ก็ตายเช่นกัน ตำนานของดาวอาทิตย์คือสร้างด้วยพญาราชสีห์ 6 ตัว ห่อด้วยผ้าอมฤตสีแดง เป็นเทวดารักษาทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
อุปนิสัยของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ เป็นคนที่รักชื่อเสียง รักเกียรติ ถือตัวจัด ไม่ค่อยจะยอมให้กับใครง่ายๆ ถือความซื่อสัตย์เป็นสำคัญ เอาจริงเอาจังกับชีวิต มุ่งมั่นในการสร้างตัว รังสีของดาวอาทิตย์ คือ ดาวพุธ (4) ธาตุน้ำ พุธเป็นดาวที่ใช้แทนคำพูด คนเกิดวันอาทิตย์จึงมักจะเป็นนักพูดนักเจรจาหรือนักขายที่เป็นเลิศ ดาวอาทิตย์เป็นธาตุไฟจึงขี้โมโหอารมณ์ร้อนเมื่อถูกดูหมิ่น การให้เกียรติจึงชนะใจคนวันอาทิตย์ได้ ชอบคนที่ภายนอกดูเก๋ๆ สุภาพนุ่มนวล ไม่ชอบคนพูดมาก

 

อาชีพของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์นั้นตกดาวอังคาร (3) จึงเหมาะกับงานช่าง งานฝีมือ งานวิศวกร หรือเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงบุคคลในระบบงานราชการ คนในเครื่องแบบ เช่น ตำรวจ หรือนักกีฬา ฯลฯ

 

ดาวอังคาร (3) หมายถึงโชค และความขยัน คนเกิดวันอาทิตย์มีโอกาสร่ำรวยได้เร็ว อันเนื่องมาจากเป็นคนขยันและมักจะมีโชคเพราะคำพูด (ปาก) เสมอ

 

การเงินของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์นั้นสถิตในตำแหน่งปูติ จึงมักเก็บเงินไม่อยู่ แม้จะมีนิสัยอยากจะเก็บออมติดขี้เหนียวแต่มักมีเรื่องให้ใช้จ่ายเงินมาก บวกกับดาวประจำวันเกิดตกตำแหน่งทุกขังจึงมักเสียเปรียบผู้อื่นอยู่เป็นประจำ ถูกเขาอิจฉาริษยา ถูกนินทาว่าร้าย จนกระทั่งถูกโกงเสียทรัพย์ไปก็ไม่ใช่น้อย แต่อันเนื่องจากเป็นผู้ที่หาเงินเก่งจึงมีเงินมาหมุนมาใช้อยู่ตลอดแบบไม่ขาดมือ หากอยากจะร่ำรวยแบบเร็วๆ ต้องเก็บเป็นทรัพย์สินอื่นๆ เช่นที่ดิน, ทอง หรือการลงทุนแบบหุ้นระยะยาวรับเงินปันผลเทือกนั้น

 

สุขภาพผู้ที่เกิดวันอาทิตย์นั้นสถิตในตำแหน่งปูติ จึงมักเป็นคนขี้โรค หรือมีโรคประจำตัว จะเกิดขึ้นเมื่อดาวอายุ (ดาวจันทร์ 2) เสวย คือช่วงอายุ 7-21 ปี, ดาวพระเสาร์ (7) เสวย คือ ช่วงอายุ 47-56 ปี โรคที่เป็นจะเกี่ยวข้องกับระบบเลือด ระบบน้ำตาลในเลือด ระบบความดัน ระบบประสาท ปาก ฟัน สายตา รวมถึงไมเกรน เป็นต้น อีกทั้งยังเสี่ยงกับโรคไข้ติดเชื้อต่างๆ เช่น ไข้เลือดออก ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น

 

ความรักของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์นั้นสถิตในตำแหน่งติดดาน ตำแหน่งนี้คือตำแหน่งดอกไม้มองดูสวยงามน่าดูน่าชม ดอกไม้เมื่อเบ่งบานขึ้นมาก็จะมีแมลงมาดูดเกสร และผสมพันธ์เกิดขึ้น ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์จึงต้องระวังเรื่องความรักในวัยรุ่นที่อาจเผลอใจหลงใหลไปกับหมู่ภมร เพราะดาวศุกร์ (6) ตัวแทนของความสุขเป็นกาลกิณีหากมีรักในวัยรุ่นจะทำให้ชีวิตคู่ล้มเหลวได้ง่าย เสี่ยงต่อการตกพุ่มหม้ายเป็นอย่างมาก ช่วงที่ดวงดาวคู่ครองแท้จริงเสวยจะอยู่ในช่วงอายุ 22-29 ปี และจะแต่งงานได้ช่วงที่จะเปลี่ยนวัยเสวย คือ ช่วงอายุ 28-32 ปี คู่ครองมักมีอายุใกล้เคียงกันหรืออ่อนกว่า และมักต้องเหน็ดเหนื่อยกับคู่ครองของตน แต่จะอยู่กันยืดยาวไปจนแก่

 

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์มักต้องลำบาก และเหน็ดเหนื่อย เพราะดาวประจำวันเกิดสถิตตำแหน่งทุกขัง แต่เมื่อถึงบั้นปลายชีวิต จะสามารถพลิกฟื้นชะตาให้เด่นดี และมีความสุขสบายได้ โดยมีดาวพฤหัสเสวยในช่วงอายุ 57 -75 ปี ถือเป็นช่วงเสวยสุขของคนเกิดวันอาทิตย์ หากหมั่นสร้างบุญสะสมไว้มากๆ ก็จะสามารถเสวยสุขได้จนสิ้นอายุขัย

 

หลักการทำบุญเสริมชะตาของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

 

วิธีการทำบุญเสริมดวงชะตานี้ เป็นภาคพิธีกรรมของดวงพม่า ที่ใช้หลักการพึ่งตนเอง เป็นพิธีกรรมง่ายๆ แต่ศักดิ์สิทธิ์และได้ผล (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่) ที่สามารถทำด้วยตนเองได้ และเราจะพิจารณากันที่เสามหาพุทธะเป็นสำคัญ เริ่มจากดาวอาทิตย์ 1 ดาวประจำวันเกิดสถิตตำแหน่งทุกขัง อันนี้ ต้องแก้ด้วยการสร้างพระปิดทอง ถวายเทียนหรือไฟฉาย เปิดทางสว่างแห่งชีวิต จะได้ไม่เสียเปรียบผู้อื่น หรือถูกเขาอิจฉาริษยานินทาว่าร้าย จนกระทั่งถูกโกงเสียทรัพย์ไป การทำบุญก็ต้องใส่บาตรด้วยน้ำมะพร้าว หรือทำบุญด้วยน้ำ คนเกิดวันอาทิตย์ดาวพุธ (4) สถิตตำแหน่งราชาเป็นรังสีของดาวอาทิตย์ ต้องหาน้ำฝน 4 แก้ว ข้าวหอม 4 ถ้วย พร้อมส้มหรืออินทผาลัม บูชาพระพุทธรูป (ที่บ้านก็ได้) โดยหันหน้า (ตัวเอง) ไปทางทิศใต้ (และก็ต้องตั้งพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศเหนือ) โดยตั้งบูชาทุกวันพุธพร้อมสวดพระคาถาโมระปริตร ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นแก่ชีวิตและดับไฟในดวงชะตาอธิฐานจิต เมื่อนำมารับประทานจะขับล้างพิษในดวงชะตาได้ เทพที่ควรบูชานอกจากพระปางถวายเนตรฯ แล้ว คือ เจ้าพ่อเสือ พระลักษมี และเจ้าแม่กวนอิมปางพันกร

 

จะเป็นมิตรกับผู้ที่เกิดวันพฤหัส และวันพุธ และจะเป็นศัตรูกับผู้ที่เกิดวันอังคาร (ศัตรูจะเป็นคนรูปร่างสูงโปร่ง มีใบหน้ากระดูก มีลักษณะมากด้วยจริต), ควรไปสักการะพระธาตุประจำวันเกิด คือ พระธาตุพนม จะเป็นมงคลแก่ดวงชะตาฯ ห้ามรับประทานไข่-มะพร้าวในวันอาทิตย์ ท่านว่ากินทุกข์ของตนเอง

 

คาถาโมระปริตร (สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์) สวดวันละ 6 จบ

 

(บทสวดกลางวัน) อุเทตะยัญ จักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส

 

ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง

 

เย พราหมะณา เวทะคุ สัพพะธัมเม เตเม นะโมเต จะมัง ปาละยันตุ

 

นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ โพธิยา อิมังโส ปะริตตัง กัตตะวา โมโร จะระติ เอสะนา ฯ

 

(บทสวดกลางคืน) อุเทตะยัญ จักขุมา เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส

 

ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ คุตตา วิหะเรมุ รัตติง 

 


ดวงพม่า โดย แม้นเมือง

บทความอื่นๆ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับบทความนี้
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อเรียก :
รหัสผ่าน :
ยืนยันรหัสผ่าน :
อีเมล :
กรอกอีเมลของคุณ